บิ๊กคมช. สมเจตน์ บุญถนอมมองยิงสนธิ สอดรับวาทะพรก.ไร้น้ำยา0 comments

By admin
Posted on 18 Apr 2009 at 12:38pm
0 votes, average: 0.00 out of 50 votes, average: 0.00 out of 50 votes, average: 0.00 out of 50 votes, average: 0.00 out of 50 votes, average: 0.00 out of 5 (0 votes, average: 0.00 out of 5)
You need to be a registered member to rate this post.
Loading ... Loading ...
พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม

พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม

บิ๊กคมช.ระบุลอบฆ่า”สนธิ”ทหารถูกสงสัย ชี้สอดรับวาทะทักษิณ”พรก.ฉุกเฉินไร้น้ำยา”เชื่อเป้าหมายไม่บรรลุ-สงครามไม่จบ

พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม อดีตหัวหน้าสำนักงานเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้ทำให้คนไทยมีความสุขลดน้อยลงไปอีก ซึ่งสถานการณ์หลังจากมีการยุติการชุมนุมดูเหมือนว่าสถานการณ์จะยุติลงด้วยดี แต่ตนมองว่าไม่ใช่เป็นการยุติปัญหาโดยสิ้นเชิง แต่จะเป็นการเริ่มต้นปัญหาอื่นๆ ที่จะตามมา

เหตุผลเพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังไม่บรรลุเป้าหมายตัวเอง ซึ่งเป้าหมายของเขาคือการไม่ต้องติดคุกและได้ทรัพย์สินคืนมา ซึ่งที่ผ่านมามีวิธีการใต้ดิน คือทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อสร้างความปั่นป่วนให้เกิดขึ้นเพื่อทำลายความเชื่อมั่นของประเทศไทย ซึ่งทำมาโดยตลอด

พล.อ.สมเจตน์ กล่าวถึงเหตุการณ์ยิงถล่มนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้เป็นจักรกลสำคัญของกลุ่มต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ และบริวาร ซึ่งเชื่อว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยปัจจุบันทันด่วน แต่ต้องใช้เวลาวางแผนและเตรียมการมานานพอสมควร

เมื่อถามว่า เป็นการกระทำของ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ พล.อ. สมเจตน์ กล่าวว่า ไม่อยากพูดอย่างนั้น แต่คิดว่าเป็นเหตุการณ์ที่ต่อเนื่องกันมา ส่วนจะเป็นการกระทำของ พ.ต.ท.ทักษิณหรือบริวาร หรือเป็นการกระทำของมือที่สามคิดว่าเป็นหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคงจะต้องไป ดำเนินการ

“แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำที่อุกอาจมาก เป็นการเหยียบจมูกรัฐบาล กองทัพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองหลวง และเกิดขึ้นขณะประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คนที่ทำต้องการแสดงให้เห็นว่าตัวเองมีความสามารถ แม้จะมีประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็ไม่สามารถขัดขวางการกระทำของกลุ่มเขาได้ ถ้าหากเขาต้องการจะทำและบังเอิญไปสอดคล้องกับคำปราศรัยของทักษิณที่เคย ปราศรัยว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่มีน้ำยา ซึ่งตนไม่อยากระบุว่าเป็นการกระทำของใครแต่ต้องดูสถานการณ์ที่สืบเนื่อง และสอดคล้องกัน” พล.อ.สมเจตน์ ระบุ

เมื่อถามถึงเป้าหมายการยิง นายสนธิ คืออะไร พล.อ.สมเจตน์ กล่าวว่า นายสนธิเป็นจักรกลสำคัญของกลุ่มพันธมิตรและมีจุดแข็งหลายๆ อย่าง หากขาดนายสนธิ ไปคนหนึ่งจะทำให้การต่อสู้ของกลุ่มที่ไม่เอา พ.ต.ท. ทักษิณ น่าจะอ่อนแรงลง แต่ตนไม่ได้ปักใจว่าเป็นเพราะกลุ่มของ พ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ แต่อาจจะเกิดขึ้นจากมือที่สามก็ได้

เมื่อถามถึงกรณีกลุ่มพันธมิตรฯ ตั้งข้อสงสัยว่าคนลอบยิงนายสนธิเป็นกลุ่มคนมีสีและอยู่ในอำนาจรัฐ พล.อ.สมเจตน์ กล่าวว่า การกระทำเช่นนี้เป็นไปได้ทั้งกลุ่มมีสี หรืออาจจะเป็นอดีตก็ได้ หรืออาจจะถูกฝึกขึ้นมาก็ได้ เพราะอาวุธสงครามในประเทศไทยหาไม่ยาก ซึ่งคนมีสีมีอยู่ 2 ส่วน คือ ส่วนที่อยู่ในราชการ และส่วนที่ออกจากราชการไปแล้ว แต่ก็อาจจะเกิดขึ้นจากกลุ่มคนที่ไม่มีสีก็ได้

“ถ้าจุดม่งหมายของเขาต้องการทำให้สังคมมองว่าเป็นการกระทำจากคนมีสี ซึ่งคิดว่าเป็นหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคง จะทำตรงนี้ให้ออกมาชัดเจนว่าเป็นใครเพื่อให้สังคมหายสงสัย หายเคลือบแคลง หากเกิดความเคลือบแคลงจะทำให้เกิดความหวาดระแวงไม่ไว้วางใจกัน ซึ่งจะทำให้การจะทำงานร่วมกันเป็นไปได้ยาก” อดีตหัวหน้าสนง.คมช. ระบุ

เมื่อถามแสดงว่ากลุ่มทำต้องการให้เกิดความแตกแยกกันภายในกลุ่มพันธมิตรฯ และแนวร่วมเพื่อให้หวาดระแวงกันเอง พล.อ.สมเจตน์ กล่าวว่า เป็นไปได้ทั้ง 2 อย่าง แต่เราอย่าเพิ่งไปปักใจโดยไม่มีหลักฐาน เพราะถ้าเราปักใจจะเกิดความหวาดระแวงไม่ไว้วางใจกัน ซึ่งจะไปเข้าตามความต้องการของเขา ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นกับนายสนธิ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำของกลุ่มใดก็แล้วแต่ สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นแน่นอนของสังคมคือความหวาดระแวงและความไม่ปลอดภัยทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งเป็นสังคมที่อันตรายอย่างยิ่ง

เมื่อถามว่า เมื่อประชาชนเกิดความหวาดกลัวจะมีการออกมาเรียกร้องให้ปฏิวัติหรือไม่ พล.อ.สมเจตน์ กล่าวว่า การปฏิวัติเป็นเรื่องอดีต และคิดว่าทหารปัจจุบันไม่ได้อยากปฏิวัติ เพราะกลไกปัญหาของสังคมหลากหลายมากมายเกินกว่าที่จะใช้เรื่องความมั่นคง เพียงอย่างเดียว ซึ่งการปฏิวัติเมื่อ 19 ก.ย. ที่ผ่านมาเป็นการปฏิวัติเพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ยอมทำตามแนวทางตามระบอบประชาธิปไตย แต่ตราบใดก็ตามรัฐบาลดำเนินการตามแนวทางประชาธิปไตย คิดว่าการปฏิวัติไม่เกิดขึ้น

“ลักษณะที่เกิดขึ้นในขณะนี้ถ้าไม่สามารถคลี่คลายปัญหาได้จะเป็นสังคมที่ อันตรายเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งวิธีการแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุดเพื่อไม่ให้สังคมอยู่ท่ามกลางความหวาด ระแวงนั้นเป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และฝ่ายข่าวกรองแห่งชาติต้องร่วมมือร่วมใจกันและเร่งรัดต่อคดีนี้ นำผู้กระทำความผิดและผู้จ้างวานมารับโทษโดยเร็วที่สุด ถ้าเร่งรัดดำเนินการความวิตกกังวลตรงนี้จะหายไปและจะได้ไม่สงสัยว่าทหารเป็น คนหรือไม่ ซึ่งการดำเนินการอย่างนี้อาจจะเป็นแผนให้เกิดความหวาดระแวงซึ่งกันและกัน” พล.อ.สมเจตน์ กล่าว

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

Read also
Advertisement

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.

GibGae.com | กิ๊บเก๋ | เกมส์ ดูดวง ฟุตบอล ฟังเพลง ดารา ทำนายฝัน เกม กลอน หาเพื่อน รถยนต์ ดูหนัง ละคร เซ็กซ์ ผู้หญิง มือถือ ท่องเที่ยว เนื้อเพลง ผลบอล เพลง ดวง ข่าว ข่าวบันเทิง msn hi5 is Digg proof thanks to caching by WP Super Cache