บิ๊กคมช.ระบุลอบฆ่า”สนธิ”ทหารถูกสงสัย ชี้สอดรับวาทะทักษิณ”พรก.ฉุกเฉินไร้น้ำยา”เชื่อเป้าหมายไม่บรรลุ-สงครามไม่จบ
พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม อดีตหัวหน้าสำนักงานเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้ทำให้คนไทยมีความสุขลดน้อยลงไปอีก ซึ่งสถานการณ์หลังจากมีการยุติการชุมนุมดูเหมือนว่าสถานการณ์จะยุติลงด้วยดี แต่ตนมองว่าไม่ใช่เป็นการยุติปัญหาโดยสิ้นเชิง แต่จะเป็นการเริ่มต้นปัญหาอื่นๆ ที่จะตามมา
เหตุผลเพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังไม่บรรลุเป้าหมายตัวเอง ซึ่งเป้าหมายของเขาคือการไม่ต้องติดคุกและได้ทรัพย์สินคืนมา ซึ่งที่ผ่านมามีวิธีการใต้ดิน คือทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อสร้างความปั่นป่วนให้เกิดขึ้นเพื่อทำลายความเชื่อมั่นของประเทศไทย ซึ่งทำมาโดยตลอด
พล.อ.สมเจตน์ กล่าวถึงเหตุการณ์ยิงถล่มนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้เป็นจักรกลสำคัญของกลุ่มต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ และบริวาร ซึ่งเชื่อว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยปัจจุบันทันด่วน แต่ต้องใช้เวลาวางแผนและเตรียมการมานานพอสมควร
เมื่อถามว่า เป็นการกระทำของ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ พล.อ. สมเจตน์ กล่าวว่า ไม่อยากพูดอย่างนั้น แต่คิดว่าเป็นเหตุการณ์ที่ต่อเนื่องกันมา ส่วนจะเป็นการกระทำของ พ.ต.ท.ทักษิณหรือบริวาร หรือเป็นการกระทำของมือที่สามคิดว่าเป็นหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคงจะต้องไป ดำเนินการ
“แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำที่อุกอาจมาก เป็นการเหยียบจมูกรัฐบาล กองทัพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองหลวง และเกิดขึ้นขณะประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คนที่ทำต้องการแสดงให้เห็นว่าตัวเองมีความสามารถ แม้จะมีประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็ไม่สามารถขัดขวางการกระทำของกลุ่มเขาได้ ถ้าหากเขาต้องการจะทำและบังเอิญไปสอดคล้องกับคำปราศรัยของทักษิณที่เคย ปราศรัยว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่มีน้ำยา ซึ่งตนไม่อยากระบุว่าเป็นการกระทำของใครแต่ต้องดูสถานการณ์ที่สืบเนื่อง และสอดคล้องกัน” พล.อ.สมเจตน์ ระบุ
เมื่อถามถึงเป้าหมายการยิง นายสนธิ คืออะไร พล.อ.สมเจตน์ กล่าวว่า นายสนธิเป็นจักรกลสำคัญของกลุ่มพันธมิตรและมีจุดแข็งหลายๆ อย่าง หากขาดนายสนธิ ไปคนหนึ่งจะทำให้การต่อสู้ของกลุ่มที่ไม่เอา พ.ต.ท. ทักษิณ น่าจะอ่อนแรงลง แต่ตนไม่ได้ปักใจว่าเป็นเพราะกลุ่มของ พ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ แต่อาจจะเกิดขึ้นจากมือที่สามก็ได้
เมื่อถามถึงกรณีกลุ่มพันธมิตรฯ ตั้งข้อสงสัยว่าคนลอบยิงนายสนธิเป็นกลุ่มคนมีสีและอยู่ในอำนาจรัฐ พล.อ.สมเจตน์ กล่าวว่า การกระทำเช่นนี้เป็นไปได้ทั้งกลุ่มมีสี หรืออาจจะเป็นอดีตก็ได้ หรืออาจจะถูกฝึกขึ้นมาก็ได้ เพราะอาวุธสงครามในประเทศไทยหาไม่ยาก ซึ่งคนมีสีมีอยู่ 2 ส่วน คือ ส่วนที่อยู่ในราชการ และส่วนที่ออกจากราชการไปแล้ว แต่ก็อาจจะเกิดขึ้นจากกลุ่มคนที่ไม่มีสีก็ได้
“ถ้าจุดม่งหมายของเขาต้องการทำให้สังคมมองว่าเป็นการกระทำจากคนมีสี ซึ่งคิดว่าเป็นหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคง จะทำตรงนี้ให้ออกมาชัดเจนว่าเป็นใครเพื่อให้สังคมหายสงสัย หายเคลือบแคลง หากเกิดความเคลือบแคลงจะทำให้เกิดความหวาดระแวงไม่ไว้วางใจกัน ซึ่งจะทำให้การจะทำงานร่วมกันเป็นไปได้ยาก” อดีตหัวหน้าสนง.คมช. ระบุ
เมื่อถามแสดงว่ากลุ่มทำต้องการให้เกิดความแตกแยกกันภายในกลุ่มพันธมิตรฯ และแนวร่วมเพื่อให้หวาดระแวงกันเอง พล.อ.สมเจตน์ กล่าวว่า เป็นไปได้ทั้ง 2 อย่าง แต่เราอย่าเพิ่งไปปักใจโดยไม่มีหลักฐาน เพราะถ้าเราปักใจจะเกิดความหวาดระแวงไม่ไว้วางใจกัน ซึ่งจะไปเข้าตามความต้องการของเขา ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นกับนายสนธิ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำของกลุ่มใดก็แล้วแต่ สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นแน่นอนของสังคมคือความหวาดระแวงและความไม่ปลอดภัยทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งเป็นสังคมที่อันตรายอย่างยิ่ง
เมื่อถามว่า เมื่อประชาชนเกิดความหวาดกลัวจะมีการออกมาเรียกร้องให้ปฏิวัติหรือไม่ พล.อ.สมเจตน์ กล่าวว่า การปฏิวัติเป็นเรื่องอดีต และคิดว่าทหารปัจจุบันไม่ได้อยากปฏิวัติ เพราะกลไกปัญหาของสังคมหลากหลายมากมายเกินกว่าที่จะใช้เรื่องความมั่นคง เพียงอย่างเดียว ซึ่งการปฏิวัติเมื่อ 19 ก.ย. ที่ผ่านมาเป็นการปฏิวัติเพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ยอมทำตามแนวทางตามระบอบประชาธิปไตย แต่ตราบใดก็ตามรัฐบาลดำเนินการตามแนวทางประชาธิปไตย คิดว่าการปฏิวัติไม่เกิดขึ้น
“ลักษณะที่เกิดขึ้นในขณะนี้ถ้าไม่สามารถคลี่คลายปัญหาได้จะเป็นสังคมที่ อันตรายเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งวิธีการแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุดเพื่อไม่ให้สังคมอยู่ท่ามกลางความหวาด ระแวงนั้นเป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และฝ่ายข่าวกรองแห่งชาติต้องร่วมมือร่วมใจกันและเร่งรัดต่อคดีนี้ นำผู้กระทำความผิดและผู้จ้างวานมารับโทษโดยเร็วที่สุด ถ้าเร่งรัดดำเนินการความวิตกกังวลตรงนี้จะหายไปและจะได้ไม่สงสัยว่าทหารเป็น คนหรือไม่ ซึ่งการดำเนินการอย่างนี้อาจจะเป็นแผนให้เกิดความหวาดระแวงซึ่งกันและกัน” พล.อ.สมเจตน์ กล่าว
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
Read also

