นายสนธิ ลิ้มทองกุล

นายสนธิ ลิ้มทองกุล


คณะแพทย์ได้ทำการผ่าตัดนายสนธิเสร็จแล้ว เมื่อเวลา 11.10 น. อาการปลอดภัย คนไข้รู้สึกตัวดี สามารถพูดคุยได้ ตร.เร่งถกตาม ตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

เมื่อเวลา 12.00 น.ที่ผานมา ( 17 เม.ย.) นพ.ชัยวัน เจริญโชคทวี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิรพยาบาล แถลงผลการผ่าตัดรักษานายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่บาดเจ็บหลังถูกลอบยิงด้วยอาวุธสงครามว่า คณะแพทย์ได้ทำการผ่าตัดนายสนธิเสร็จ แล้ว เมื่อเวลา 11.10 น. โดยแพทย์ได้ทำการผ่าตัดเอาเศษกะโหลกศีรษะที่แตกออก รวมทั้งเอาเลือดใต้เยื่อหุ้มสมองออก ก่อนที่จะเย็บแผลปิดตามเดิม โดยใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งนายสนธิ ฟื้นตัวดี พูดคุยได้รู้เรื่อง อาการปลอดภัย ทั้งนี้ คาดว่าจะต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลอีกไม่กี่วันก็สามารถกลับบ้านได้ ขณะนี้คนไข้พักฟื้นอาการที่ห้องไอซียู ชั้น 4 ตึกศัลยกรรม

ทั้งนี้เมื่อเวลา 11.10 น. ตั้ว-ศรัญญู วงศ์กระจ่าง และ น.ส.สโรชา พรอุดมศักดิ์ แนวร่วมกลุ่มพันธมิตรฯ เดินทางมาเยี่ยมอาการนายสนธิ อย่าง ไรก็ตาม แพทย์ยังสั่งงดเยี่ยม ต่อมา นายวัศยศ งามขำ รองเลขาธิการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย นำกระเช้าดอกไม้เยี่ยมอาการนายสนธิ ในฐานะสื่อมวลชนด้วยกัน โดยมีนายศรัญญู เป็นผู้รับมอบแทน

ขณะที่ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เรียกประชุมชุดสืบสวนในสังกัดกองบังคับการตำรวจนครบาล 1-9 เพื่อวางแนวทางการสืบสวนเพื่อคลี่คลายเหตุลอบสังหาร ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รายละเอียดและรู้แล้วว่าคดีเกิดขึ้นได้อย่างไร โดยคนร้ายมีจำนวนมากกว่า 4 คน และมีความเชี่ยวชาญในการใช้อาวุธปืนสงคราม ส่วนชนวนลอบสังหารพุ่งเป้าไปที่ 2 ประเด็น คือ การเคลื่อนไหวทางการเมืองของนายสนธิ และเรื่องส่วนตัว โดยคนร้ายหวังเอาชีวิตนายสนธิ

ด้าน พล.ต.ต.สุพร พันธุ์เสือ โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล ระบุ 3 ประเด็นลอบสังหารนายสนธิ ทั้งประเด็นการเมือง ความขัดแย้งทางธุรกิจ และเรื่องส่วนตัว ที่เกิดเหตุนอกจากเก็บปลอกกระสุนปืนสงครามได้แล้ว ยังพบระเบิดเอ็ม 79 ที่ยังไม่ทำงาน 1 ลูก ส่วนการติดตามมือปืนอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นกลุ่มใด และกำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดว่าสามารถบันทึกภาพขณะเกิดเหตุไว้ได้หรือไม่ จากพยานในที่เกิดเหตุ ยืนยันคนร้ายใช้รถกระบะโตโยต้าวีโก้ สีบรอนซ์ทอง ขับหลบหนีไปทางถนนเทเวศร์ ส่วนรายละเอียดป้ายทะเบียนอยู่ระหว่างตรวจสอบเพิ่ม และหลังเกิดเหตุได้ส่งกำลังไปที่โรงพยาลวชิระ และที่ทำงาน ส่วนแกนนำคนอื่นหากพบความผิดปกติก็จะส่งกำลังไปอารักขาเช่นกัน.

ที่มา ไทยรัฐ