ส.ว.แฉนาย“ก.” น.ส.“ย.”รับ 100 ล้านล้ม “มาร์ค” เตือน 6 พ.ค.เสื้อแดงยิงระเบิดป้ายสีรัฐฯ0 comments

By admin
Posted on 01 May 2009 at 11:06pm
0 votes, average: 0.00 out of 50 votes, average: 0.00 out of 50 votes, average: 0.00 out of 50 votes, average: 0.00 out of 50 votes, average: 0.00 out of 5 (0 votes, average: 0.00 out of 5)
You need to be a registered member to rate this post.
Loading ... Loading ...
คำนูณ สิทธิสมาน

คำนูณ สิทธิสมาน

ส.ว.แฉ 4 กลุ่มเบื้องหลังป่วนเมือง นาย “ก” และ น.ส. “ย” รับคนละ 100 ล้านที่ย่านรามคำแหง ปลุกระดมโค่นล้มรัฐบาล “คำนูณ” และนายกฯ จับเข่าคุย “เนวิน” ผนึกกำลังอย่างจริงจังขจัดอำนาจทหาร “รสนา” ติงรัฐเปิดช่องแก้ รธน.นำสู่การยุบสภา ทำให้ถูกมองจะมีอายุสั้น กระทบแก้เศรษฐกิจ พร้อมแนะ “มาร์ค” คุยพรรคร่วมให้อดออมและทนอด ด้าน “ไพบูลย์ นิติตะวัน” เตือนระวังเสื้อแดงชุมนุม 6 พ.ค. สร้างเรื่องยิงระเบิด – ปล่อยหวัดหมูใส่พวกเดียวกัน ป้ายสีรัฐบาล

การประชุมวุฒิสภา เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อให้ ครม.แถลงข้อเท็จจริงหรือชี้แจงปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน โดยไม่มีการลงมติ ที่ ส.ว.51 คน เข้าชื่อเสนอตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ที่รัฐสภา เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 13.15 น. มีนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม โดยนายประสพสุขแจ้งว่า มีการถ่ายทอดสดการประชุมทางวิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา และสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ช่อง 11

นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา ผู้เสนอญัตติ อภิปรายว่า ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา สถานการณ์ทางการเมืองทำให้นายกฯ ล่อแหลมต่อชีวิต 2 ครั้ง รวมถึงการดำรงตำแหน่ง การยกเลิกการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่พัทยา ทำให้ประเทศเสียหายมาก แต่อีกด้านหนึ่งสะท้อนว่า รัฐบาลบริหารจัดการสถานการณ์ไม่มีประสิทธิภาพ หน่วยข่าวกรองล้มเหลว เพราะมีข่าวว่า จะมีการระดมมวลชนเพื่อโค่นล้มรัฐบาล โดยมีการรับเงิน 2 ครั้งๆ ละ 100 ล้านบาทที่สำนักงานย่านรามคำแหง โดยครั้งแรกมี นาย “ก” และครั้งที่ 2 มี น.ส. “ย” เป็นผู้รับเงิน จากนั้นมีการปลุกระดมผ่านวีดีโอลิงก์กล่าวหาประธานองคมนตรี ประธานศาลว่าอยู่เบื้องหลังรัฐประหาร และการวางแผนลอบสังหาร แต่ไม่มีใครปกป้องผู้ใหญ่คนสำคัญในบ้านเมือง จนมีการจับกุมผู้ที่จะลอบสังหารอดีตประธานศาลฎีกาคนดังกล่าว

นายสมชาย กล่าวว่า ต่อมาวันที่ 8 เมษายน มีการเคลื่อนของกลุ่มเสื้อแดงมาชุมนุม แต่รัฐบาลบอกว่า ไม่เป็นไร ติดงานกาชาด และมีวันสงกรานต์ เดี๋ยวก็กลับบ้านเอง จนเหตุการณ์รุนแรงมากขึ้นถึงขนาดรถนายกฯ ติดไฟแดงและมีคนเข้ามาล้อม ต่อมาวันเริ่มประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ตำรวจ ทหาร ใส่เกียร์ว่าง ไม่มีการบล็อกผู้ชุมนุม แต่กลับปล่อยให้ไปยื่นเอกสาร วันรุ่งขึ้นจึงเกิดเรื่องบุกเข้าไปในโรงแรมที่จัดประชุม นอกจากนี้ยังมีการล่อนายกรัฐมนตรีไปยังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้เสื้อแดงล้อมกรอบ ซึ่งเรื่องเหล่านี้มีการเผยแพร่ไปทั่วโลก ถือเป็นการประเมินสถานการณ์ผิดของรัฐบาล ที่คิดว่าจะควบคุมสถานการณ์ได้ นอกจากนี้ ยังปล่อยให้พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กล่าวอ้างให้ทุกคนลุกขึ้นสู่กับอำมาตยาธิปไตย ใช้สื่อปลุกมวลชน ปลุกให้มีการแบ่งแยกทางชนชั้น ใช้สื่อต่างประเทศโจมตีประเทศ ทั้งหมดนี้เป็นแผนตากสินและแผนการปลุกระดมมวลชน

นายสมชาย กล่าวว่า จากการวิเคราะห์สถานการณ์ทั้งหมด พบว่า บุคคลที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นั้น แบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ กลุ่มบุคคลที่เคยเป็นอดีตคอมมิวนิสต์ที่มีบทบาททางวิชาการ เช่น เอ็นจีโอ สื่อมวลชน กลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม19 กลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ 19 กันยายน 49 และกลุ่มปัญญาชนรุ่นใหม่ ที่ใช้เว็บไซด์เป็นเครื่องมือ ทำงานสอดรับกับ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยมีเป้าหมายโค่นล้มระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขให้เป็นระบบสาธารณรัฐ โดยใช้แนวทางคอมมิวนิสต์ในการทำงาน เช่น บ่มเพาะแนวคิดความแตกต่างทางชนชั้น การเก็บเกี่ยวทรัพยากร ล้มอำมาตยาธิปไตย กดดัน ปลุกระดม

นายสมชาย กล่าวว่า แนวทางแก้ไข รัฐบาลต้องชี้แจงข้อมูลให้ประชาชนไทยและต่างประเทศเข้าใจมากกว่านี้ โดยเฉพาะบรรดาคดีคอร์รัปชั่นของพ.ต.ท.ทักษิณ ต้องใช้สื่อของรัฐให้เป็นประโยชน์ในการทำความเข้าใจกับประชาชน นอกจากนี้ต้องเร่งออกกฎหมายการจัดสรรคลื่นความถี่ เร่งกระบวนการยุติธรรม

นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา อภิปรายว่า นายกฯ ต้องตระหนักว่า รัฐบาลเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจไม่ใช่รัฐบาลปกติ เพราะวิกฤตปัจจุบันถือว่าร้ายแรงที่สุดตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 โดยภารกิจเร่งด่วนที่นายกฯต้องทำคือ การปกป้องสถาบันสูงสุดของประเทศ โดยบังคับใช้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่าด้วยการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อย่างเร่งด่วน เพราะสถานการณ์ในขณะนี้ถือว่าเป็นสงครามที่ฝ่ายตรงข้ามพร้อมทำลายด้วยสรรพอาวุธทุกรูปแบบ และต้องยุติการเมืองที่ล้มเหลว และเพิ่มมุมมองด้านความมั่นคง ต้องใช้สื่อให้มากขึ้นโดยต้องพูดถึงสาเหตุของปรากฏการณ์ต่างๆ ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับทุกฝ่าย โดยเริ่มจากการปฏิรูปตำรวจทั้งคนและระบบ โดยต้องมีการเลือกใช้บุคลากรใหม่ทั้งหมด เร่งรัดการสร้างกลไกตาม พ.ร.บ.ความมั่นคงในราชอาณาจักร โดยเร็วที่สุด เพราะสามารถใช้โดยไม่ต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และเป็นกฎหมายที่เปิดให้ภาคประชาชนเข้ามาตรวจสอบในการทำงาน เพราะต้องมีการรายงานผลการปฏิบัติต่อรัฐสภา และต้องมีแผนงานวางไว้ล่วงหน้า

นายคำนูณ กล่าวว่า นายกฯ ต้องจับเข่าคุยกับนาย เนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย อย่างตรงไปตรงมา เพื่อยุติการเมืองที่ล้มเหลว เพราะขณะนี้การเมืองไทยได้เกิดอำนาจ 3 ขา คือ 1. นายกฯ สามารถกุมหัวใจคนในเมืองได้ 2. นายเนวิน สามารถกุมหัวใจของคนในชนบทแทนที่อดีตนายกรัฐมนตรีที่เคยใช้นโยบายประชานิยมในชนบท 3. ทหารและพลเรือนสนับสนุนรัฐบาลชุดนี้ ทำให้ทหารปัจจุบันไม่มีการปฏิวัติรัฐประหาร โดยภาพนี้เกิดมาตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว ทั้งนี้ นายกฯ และนายเนวิน คงขาดกันไม่ได้ถ้าหวังที่จะอยู่รอดกันทั้งหมด การคุยกันก็เพื่อ หากรอบแห่งความพอดีในการร่วมมือกันทำงานอย่างน้อยในระยะเฉพาะหน้าอย่างน้อย 2-3 ปีถัดจากนี้ รวมถึงเพื่อยกระดับการร่วมมือกันอย่างหลวมๆ แบ่งโควตา กระทรวง และงบประมาณ เพื่อแก้ปัญหาประเทศชาติที่ทั้ง 2 คนและประเทศจะวิน-วินทั้งหมด โดยยกระดับจากแนวร่วมชั่วคราวเป็นแนวร่วมถาวร ส่วนที่ไม่ต้องคุยกับทหารเพราะไม่ต้องการให้อำมาตยาธิปไตยนำ เนื่องจากจะย้อนยุคให้นายทหารนอกราชการมาเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีความเป็นไปได้เสมอ และอาจจะมีคนคิดสูตรนี้อยู่ หากนายกฯ ล้มเหลว รวมทั้งผลักใสนายเนวินออกไป หากเป็นแบบนั้นฝ่ายที่สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ จะพลิกกับมาชนะทันที

“รสนา” ชี้ ปชช.ถูกใช้เป็นเครื่องมือ

ด้าน น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. กล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้มาจากการที่สภาพยายามหาทางออกทางการเมืองหลังจากมีคดียุบพรรค ประชาชนตั้งความหวังกับรัฐบาลนี้มาก แต่หลังสงกรานต์ที่มีวิกฤตความขัดแย้งทางการเมือง คนเริ่มไม่หวัง วิกฤตขณะนี้เกิดจากความร้าวลึกทางกลุ่มผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจการเมือง อุดมการณ์การเมืองและเลือกตั้งเป็นเพียงเครื่องมือที่ถูกใช้ ประชาชนก็ถูกใช้ ตอนนี้จะแก้รัฐธรรมนูญ และยุบสภาหลังแก้เสร็จ สร้างความไม่เชื่อมั่น เพราะทำให้รู้สึกว่ารัฐบาลจะอายุสั้น ก็กระทบการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ นโยบายประชานิยมก็กลายเป็นหวังผลเลือกตั้ง ขณะที่การจัดเก็บรายได้ประมาณการว่าจะเก็บได้ต่ำกว่าเป้า 1.75 แสนล้านบาท การใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญ แต่รัฐบาลก็ปล่อยให้มีข้อสงสัยเรื่อง ปลากระป๋องเน่า รถเมล์ 4 พันคัน โครงการถนนไร้ฝุ่น แต่รัฐบาลต้องรักษาวินัยทางการเงิน การอัดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ เช่น เช็คช่วยชาติ เบี้ยผู้สูงอายุ ต้องไม่ให้รั่วไหลออกนอกระบบ นอกจากนี้ มีปัญหาที่ไม่มีการแก้ไขเลยคือ ราคาพลังงาน

“รัฐบาลอย่าทำเพียงเอาเงินใส่มือชาวบ้าน แต่ต้องสร้างนวัตกรรมใหม่ พยายามใช้เงินอย่างประหยัด อย่ากู้จนเกินตัว การทำงานเศรษฐกิจต้องเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมากขึ้น หากแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ เสถียรภาพรัฐบาลจะดีขึ้น ต้องคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลให้อดออมและทนอด ขอให้นายกฯ และรัฐบาลช่วยกันคิดและแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้คนเล็กคนน้อย ” น.ส.รสนา กล่าว

น.ส.รสนา กล่าวว่า การแก้รัฐธรรมนูญ ต้องมีฐานมาจากการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ ให้เข้ามาปกป้องผลประโยชน์ของตัวเอง ทำให้รัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือของประชาชน ไม่ใช่เป็นเครื่องมือให้ผู้มีอิทธิพล ต้องเปิดให้ประชาชนมีพื้นที่เล่นการเมืองเศรษฐกิจมากขึ้น เพิ่มอำนาจประชาชน ไม่ใช่ปลดล็อกนักการเมืองไม่กี่คน นอกจากนี้ สังคมเรียกร้องประชาธิปไตย เน้นเรื่องสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค แต่ลืมเรื่องภราดรภาพ ขอให้นายกฯ และรัฐบาลคิดถึงการปฏิรูปในเชิงโครงสร้างเพื่อสร้างความเท่าเทียม มากกว่าทำเพื่อประโยชน์พวกพ้องตนเอง

ด้านนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว.สรรหา อภิปรายว่า ปรากฏการณ์เสื้อเหลือง-เสื้อแดง เป็นผลมาจากความขัดแย้งทางการเมืองตั้งแต่ปี 2548 ต่อเนื่องถึงสงกรานต์เลือด เป็นสงครามแย่งชิงมวลชนระหว่างพรรคการเมืองโดยมีประชาชนเป็นฐานสนับสนุน หากจะแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองก็ต้องเริ่มต้นปฏิรูปนักการเมืองเพื่อ ให้ได้นักการเมืองที่อุดมการณ์ทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ เพราะนักการเมืองไทยมี 2 ประเภท คือ นักการเมืองอาชีพ และมีอาชีพเป็นนักการเมือง ซึ่งการเมืองไทยเป็นการเลือกตั้งที่ซื้อสิทธิขายเสียง เพื่อให้ได้เป็น ส.ส. แต่ถามว่า ซื้อสิทธิไปเพื่อรับใช้ประชาชนหรือไม่ คำตอบคือไม่ แต่เป็นการต้องการอำนาจรัฐ เกิดการคอร์รัปชั่นเพื่อให้ได้เงิน เมื่อได้เงินก็นำซื้อเสียง ซึ่งกลายเป็นวัฏจักรของการเมืองไทยมากว่า 77 ปี

นายสุรชัย กล่าวว่า ขณะนี้นักการเมืองมีการเรียกร้องให้นิรโทษกรรม แก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งล้วนเพื่อตนเองทั้งสิ้น จะมีนักการเมืองคนใดออกมารับประกันได้ว่า เมื่อสิ่งที่ตนเองเรียกร้องประสบผลสำเร็จ ความขัดแย้งทางการเมืองจะหมดไป แม้แต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อความปรองดอง ก็จะไม่มีวันประสบความสำเร็จที่นำสังคมไทยไปสู่ความสงบ เพราะพรรคการเมืองยังคิดที่จะช่วงชิงอำนาจเพื่อสร้างฐานให้กับตนเอง ประกอบกับหากรัฐบาลทำงาน 2 มาตรฐาน ก็อย่าหวังว่าจะแก้ไขสถานการณ์วิกฤตการเมืองไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เพื่อตอบสนองปัญหาของพรรคการเมืองและ นักการเมือง มีหลายคนระบุว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะรัฐธรรมนูญ ปี 50 แต่ขอย้ำว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้นำจุดบกพร่องของรัฐธรรมนูญปี 2540 มาปรับปรุงแก้ไข นอกจากนี้ยังกำหนดให้รัฐบาลต้องออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เช่น พ.ร.บ. ควบคุมการชุมนุมในที่สาธารณะ แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มี จึงเห็นการชุมนุมเรียกร้องสิทธิทางการเมือง มีการปิดถนน ปิดสนามบิน ยึดทำเนียบ

“ผมห่วงว่า หากการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้อยู่บนพื้นฐานผลประโยชน์ของประชาชน จะทำให้เกิดความแตกแยกมากขึ้น ซึ่งผมขอเรียกร้องรัฐบาลทำให้เกิดนิติรัฐคือ เร่งรีบการออกกฎหมายที่ค้างคาและบังคับใช้กฎหมายเพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย” นายสุรชัย กล่าว

เตือนระวังเสื้อแดงสร้างเรื่องยิงระเบิด-ปล่อยหวัดหมูใส่พวกเดียวกัน

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา กล่าวว่า สถานการณ์ประเทศในขณะนี้ถือว่าไม่ปกติ เพราะมีเจ้าของพรรคบางพรรค ไม่ต้องการให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี บริหารประเทศต่อไป เพราะยอมรับสภาพกับการเสียผลประโยชน์ เสียอำนาจไม่ได้ รวมถึงหวั่นเกรงว่าหากนายอภิสิทธิ์ยังบริหารประเทศต่อไปจะไม่เป็นประโยชน์ ต่อคดีความต่างๆ ดังนั้นจึงได้สั่งการทุกวิถีทาง โดยเฉพาะการยกระดับการต่อต้าน กล่าวพาดพิง จาบจ้วง สถาบันศาล สถาบันองคมนตรี รวมทั้งก่อจลาจล โดยมีเป้าหมายเดียวคือต้องการให้นายอภิสิทธิ์ ยุบสภา อย่างไรก็ตามเมื่อแผนการต่างๆ ไม่สำเร็จจึงทำให้ผู้นำการชุมนุม ผู้นำการก่อจลาจล วางแผนใหม่ โดยพยายามเรียกร้องให้มีคนตาย พยายามหาศพคนตาย จนสงสัยได้ว่าเสมือนมีการวางแผนและต้องการให้มีผู้ชุมนุมเสียชีวิตจริงๆ

“อยากเตือนให้นายกฯ ตรียมการรับมือกับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 6 พฤษภาคม ให้ดี เนื่องจากเชื่อว่า จะมีความพยายามในการก่อจลาจล เช่น อาจมีการยิงระเบิด M79 เข้าไปในกลุ่มผู้ชุมนุม หรือมีการปล่อยเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เม็กซิโก โดยอ้างว่ารัฐบาลเป็นผู้กระทำ เพื่อเป็นข้ออ้างให้ผู้ชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาโดยมีความชอบธรรมมากขึ้น” นายไพบูลย์ กล่าวและว่า เห็นด้วยหากจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในบางมาตรา แต่การแก้ไขต้องดำเนินตามระเบียบ มีความรอบคอบ และรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

Read also
Advertisement

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.

GibGae.com | กิ๊บเก๋ | เกมส์ ดูดวง ฟุตบอล ฟังเพลง ดารา ทำนายฝัน เกม กลอน หาเพื่อน รถยนต์ ดูหนัง ละคร เซ็กซ์ ผู้หญิง มือถือ ท่องเที่ยว เนื้อเพลง ผลบอล เพลง ดวง ข่าว ข่าวบันเทิง msn hi5 is Digg proof thanks to caching by WP Super Cache