เอาท์ซอร์สไอที หนุนผู้นำภาวะวิกฤติ0 comments

By admin
Posted on 19 Apr 2009 at 8:06pm
0 votes, average: 0.00 out of 50 votes, average: 0.00 out of 50 votes, average: 0.00 out of 50 votes, average: 0.00 out of 50 votes, average: 0.00 out of 5 (0 votes, average: 0.00 out of 5)
You need to be a registered member to rate this post.
Loading ... Loading ...
เอาท์ซอร์สไอที หนุนผู้นำภาวะวิกฤติ

เอาท์ซอร์สไอที หนุนผู้นำภาวะวิกฤติ

ผลสำรวจมูลค่าตลาดบริการด้านคอมพิวเตอร์ปี 52 ของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค)บอกไว้ว่า ตลาดนี้จะโตขึ้นกว่า14.2%

หรือ มีมูลค่าตลาดรวม 2.8 หมื่นล้านบาท เพราะบริการประเภทนี้กำลังเป็นตัวเลือกของหลายองค์กรที่ต้องการควบคุมต้นทุน ค่าใช้จ่าย และลดปัญหาด้านการลงทุนไอที ซึ่งถือเป็นข้อผูกพันระยะยาว

ที่สำคัญเอาท์ซอร์ส ยังช่วยรักษาระดับความพร้อมการใช้งานของระบบและแอพพลิเคชั่นสำคัญๆ ในอัตราที่สูง ช่วยให้ระบบมีความยืดหยุ่น และรองรับการใช้งานในอนาคตได้ด้วย จะเห็นว่า บริษัทขนาดใหญ่อย่าง กลุ่มบริษัทปูนซิเมนต์ ไมเนอร์ กรุ๊ป รวมถึงสถาบันการเงินใหญ่ๆ หลายแห่งยังพึ่งพาระบบเอาท์ซอร์สเพื่อช่วยหนุนธุรกิจให้คงอยู่ได้ในยุคเศรษฐกิจถดถอยเช่นนี้

ปูนใหญ่ทุ่มเงินเอาท์ซอร์สไอที

นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (เอสซีจี) กล่าวว่า บริษัทได้ตกลงต่อสัญญาเอาท์ซอร์สไอทีออกไปอีก 7 ปี มูลค่า 4,700 ล้านบาท กับบริษัท ไอทีวัน จำกัด ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัททำธุรกิจเอาท์ซอร์สในเครือเอสซีจี โดยบริษัทเอาท์ซอร์สมา แล้ว 8 ปี ทำให้ภาพรวมกลุ่มเอสซีจี รวมถึงบริษัทในต่างประเทศที่มีสาขาอยู่กว่า 150 ประเทศทั่วโลก ลดค่าบริการจัดการภายในองค์กรมหาศาล ทั้งส่วนของการสื่อสารภายในองค์กร บุคลากร และยังช่วยเพิ่มผลผลิตให้องค์กรมากขึ้น

นายประยุทธ ตัณฑ์ศรีสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไอทีวัน กล่าวว่า มูลค่าสัญญาดังกล่าว เป็นการเอาท์ซอร์สทั้งส่วนของการบริหารจัดการ ดาต้า เซ็นเตอร์ ระบบเซิร์ฟเวอร์ แอพพลิเคชั่นทุกระบบงาน

ไอทีวันเตรียมหาลูกค้าเพิ่ม

ขณะเดียวกัน ทิศทางของบริษัทปีนี้ ยังเตรียมหาลูกค้าเอาท์ซอร์สจาก ภายนอกเพิ่ม จากที่ส่วนใหญ่ให้บริการบริษัทในเครือเอสซีจีเป็นหลัก โดยมุ่งไปที่กลุ่มธนาคาร และโทรคมนาคม เน้นเป็นระบบๆ ไป เช่น ระบบแบ็คออฟฟิศ หรือเน้นบางแอพพลิเคชั่น เช่น เอสเอพี ซีอาร์เอ็ม รวมถึงระบบซัพพลายเชน

“ค่อนข้างมั่นใจว่า แม้เศรษฐกิจจะถดถอย แต่ไอทียังเป็นบริการที่ทุกบริษัทต้องการเข้าไปเป็นตัวช่วยลดค่าใช้จ่าย ปกติไอทีวัน มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีราว 10.7% แต่ปีที่แล้วอยู่ที่ 15% ปีนี้ก็อาจลดลงมาอยู่ในระดับ 10% ก็ถือว่ายังอยู่ได้”

ดีลเอาท์ซอร์สไมเนอร์-ไอบีเอ็ม

ธุรกิจขนาดใหญ่อย่าง “ไมเนอร์ กรุ๊ป” ก็เอาท์ซอร์สระบบไอทีเกือบทั้งหมดให้ไอบีเอ็มเข้าไปดูแล และฝั่งแอพพลิเคชั่นบางส่วนเป็นของออราเคิล

นายวิลเลี่ยม เอ็ลล์วูด ไฮเน็คกี้ ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไมเนอร์ กรุ๊ป กล่าวว่า การเอาท์ซอร์ส ถือเป็นหนึ่งในแผนธุรกิจที่วางไว้ เพราะบริษัทมีแผนจะเติบโตแบบก้าวกระโดดอีก 3-5 ปีข้างหน้า ดังนั้น จึงต้องเตรียมโครงสร้างพื้นฐาน และการบริหารจัดการด้านไอทีให้มีความพร้อมใช้งาน เพื่อสอดคล้องกับแผนการขยายธุรกิจที่จะเกิดขึ้นทั้งในประเทศ และต่างประเทศ

ขณะที่ นายนีล แฮมเชียร์ ประธานฝ่ายสารสนเทศ บริษัทเดียวกัน ให้ความเห็นว่า บริการเอาท์ซอร์สของ ไอบีเอ็ม จะเป็นโซลูชั่นที่ช่วยเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ ขณะเดียวกัน ยังช่วยลดความเสี่ยง รองรับความเปลี่ยนแปลง ลดค่าใช้จ่าย โดยไมเนอร์ กรุ๊ป มีค่าใช้จ่ายด้านไอทีต่อปีราว 1,300 ล้านบาท

ธนชาตเผยลดต้นทุนบริหาร 30%

นาย วิชิต ญาณอมร กรรมการ และประธานคณะกรรมการบริหารระบบสารสนเทศ และเทคโนโลยี ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) และกลุ่มบริษัทการเงินธนชาต กล่าวว่า ปีนี้ บริษัทใช้งบประมาณเอาท์ซอร์สระบบ ไอทีให้แก่บริษัทไอทีรายใหญ่ๆ ไม่ต่ำกว่า 1,700 ล้านบาท โดยเห็นว่าไอทียังเป็นเครื่องมือบริหารจัดการที่สำคัญของธุรกิจ โดยเฉพาะช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก

ธนชาตได้เอาท์ซอร์สระบบโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โครงสร้างพื้นฐานด้านไอที ดาต้า เซ็นเตอร์ ศูนย์กู้คืนข้อมูล ให้แก่บริษัทไอบีเอ็ม คิดเป็นมูลค่าเอาท์ซอร์สราว 300-400 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังเอาท์ซอร์สระบบเอทีเอ็มให้แก่ บมจ.เอสวีโอเอ รวมถึงบริการด้านพีซี ที่เอาท์ซอร์สให้ บมจ.เมโทรซิสเต็มส์ คอร์ปอเรชั่น เป็นผู้ดูแล และเอาท์ซอร์สระบบบัตรเครดิตให้แก่บริษัทซิลเวอร์เลค ในมาเลเซีย รับผิดชอบดูแล

“จากการที่เราเอาท์ซอร์สระบบต่างๆ ออกไปทำให้ธนาคารสามารถประหยัดงบใช้จ่ายได้มากถึง 30%” นายวิชิต กล่าว

เขาประเมินว่า ธนชาตใช้เงินลงทุนด้านไอทีราว 3.4% ของจำนวนรายได้ทั้งหมด จากตัวเลขของการ์ทเนอร์ที่ระบุเอาไว้ว่า มาตรฐานการลงทุนไอทีอยู่ที่ 6.9% ขณะที่ ธนาคารมีสัดส่วนการใช้ไอทีในองค์กรราว 8.8% ของรายได้องค์กร จากที่การ์ทเนอร์ระบุตัวเลขมาตรฐานไว้ 12.6% ซึ่งจะเห็นว่า ตลาดไอทียังมีโอกาส เพราะตัวเลขสัดส่วนการลงทุนการใช้งานยังเป็นตัวเลขที่น้อย จึงยังสามารถเติบโตได้อีก

ยักษ์สีฟ้าคึกรับดีลใหม่

เสียงหนึ่งที่การันตีความคึกคักของตลาดเอาท์ซอร์สใน ปีนี้ได้ที่สุดเห็นจะเป็นเจ้าตลาดอย่าง “ไอบีเอ็ม” ซึ่งล่าสุดผู้บริหารยืนยันด้วยตัวเองว่า ปีนี้เป็นปีที่ท้าทาย และน่าตื่นเต้นมากสำหรับธุรกิจให้บริการระบบไอทีของไอบีเอ็ม โดยตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาบริษัทเริ่มทำสัญญาตกลงกับลูกค้าใหม่ๆ พอสมควร

นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจบริการ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด เผยว่า ธุรกิจในกลุ่มเซอร์วิส บิซิเนส ซึ่งมีเอาท์ซอร์สเป็นส่วนผลักดันรายได้หลัก คาดว่าจะสามารถสร้างการเติบโตให้ไอบีเอ็ม ประเทศไทยมากกว่า 60%

เพราะนอกจาก “การลดต้นทุน” จะเป็นสิ่งที่องค์กรส่วนใหญ่ยกให้เป็นประเด็นสำคัญแล้ว การอาศัยจังหวะที่เศรษฐกิจทรุดตัวช่วงนี้ปรับปรุงระบบหลังบ้านให้มี ประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งก็เป็นส่วนที่ช่วยผลักดันให้ตลาดเอาท์ซอร์สในช่วงนี้เติบโตได้สวนกระแสเศรษฐกิจ

ยึดหัวหาดตลาดกลาง-บน

เขา ระบุว่า ปีนี้ไอบีเอ็มได้เริ่มปรับฐานลูกค้าให้ครอบคลุมถึงการให้บริการในระดับ ธุรกิจขนาดกลางขึ้นไปด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มรีเทล, ดิสทริบิวชั่น และเซอร์วิส บิซิเนส ซึ่งคาดว่าจะเป็นตลาดใหม่ที่น่าสนใจ และช่วยส่งเสริมการเติบโตให้ไอบีเอ็มนอกเหนือจากฐานลูกค้าหลักกลุ่มสถาบันการเงิน และองค์กรขนาดใหญ่

รวมทั้งบริษัทยังได้ทยอยเพิ่มทีมงานกลุ่มเอาท์ซอร์ส ทั้งพนักงานประจำ และแบบสัญญาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการขยายตัวของลูกค้าเก่า รวมทั้งลูกค้าใหม่ที่เริ่มสนใจใช้บริการ

นอกจากนี้บริษัทยังได้เริ่มทำข้อเสนอ ในแง่ของการลงทุนให้ลูกค้า โดยเฉพาะองค์กรขนาดกลางที่ขีดความสามารถในการลงทุนอาจไม่เท่ากับองค์กรใหญ่ ซึ่งไอบีเอ็มมีคอนเซปต์ในการให้บริการแบบ “ออนดีมานด์” ให้ลูกค้าได้เลือกที่จะให้บริษัทเป็นผู้ลงทุนให้ก่อน หรือยืดระยะเวลาการชำระเงินออกไปได้ตามความเหมาะสม

“เอาท์ซอร์สช่วย ลดต้นทุนให้ลูกค้าได้จริงแค่ไหนเราคงบอกชัดๆ ไม่ได้ เพราะแต่ละองค์กรก็แตกต่างกันไป บางรายก็ลดได้ 20-30% แต่ส่วนรายได้ที่ถึง 30-40% หรือเกินครึ่งก็มี เพราะการลงทุนระบบไม่เหมือนกัน ขณะที่บางรายก็ไม่ได้เน้นว่าจะต้องช่วยลดต้นทุน แต่เขาเลือกเอาท์ซอร์ส เพื่อช่วยเพิ่มความเร็วในการแข่งขันกับตลาด หรือเอาท์ซอร์สงานส่วนที่เขาไม่ถนัดออกมา เพื่อจะได้มีเวลาสนใจธุรกิจหลักของตัวเองได้มากขึ้นมากกว่า” นายธนวัฒน์ว่า
โดย : เอกรัตน์ สาธุธรรม กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

Read also
Advertisement

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.

GibGae.com | กิ๊บเก๋ | เกมส์ ดูดวง ฟุตบอล ฟังเพลง ดารา ทำนายฝัน เกม กลอน หาเพื่อน รถยนต์ ดูหนัง ละคร เซ็กซ์ ผู้หญิง มือถือ ท่องเที่ยว เนื้อเพลง ผลบอล เพลง ดวง ข่าว ข่าวบันเทิง msn hi5 is Digg proof thanks to caching by WP Super Cache