google

google

ย้อนเวลากลับไปเมื่อปี 2548 หรือ กว่า 5 ปีที่แล้ว คนไทยต่างตื่นเต้นกับการมีบัญชีผู้ใช้อีเมล์ (e-mail Account) เพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสารผ่านจดหมายอิเล็คทรอนิกส์ ที่ขณะนั้นหากได้ติดตาม IT Digest มาต่อเนื่อง จะรู้ว่าประเทศไทยมีฟรีอีเมล์ให้ใช้งานในประเทศมากมาย หลายผู้ให้บริการ อาทิ เมล์ดูซี่ ไทยเมล์ เอ็มเว็บ ไชโยเมล์
และอีเมล์ของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตในขณะนั้น รวมถึงเว็บเมล์จากต่างประเทศที่รู้จักดี อาทิ ฮอตเมล์ (Hotmail) ยาฮูเมล์ (Yahoo mail)


แต่อีเมล์ในขณะนั้นพื้นที่จัดเก็บข้อมูลมีน้อยมาก เพียง 2 เมกะไบท์ (MB) หรือ 5 MB หรือเทียบกับอีเมล์สำหรับใช้ส่งฟอร์เวิร์ดเมล์ ที่คนทั่วไปส่งกันในขณะนี้เพียงฉบับเดียว แต่ใครจะคาดคิดว่าหลังจากนั้นมา การติดต่อสื่อสารกับผ่านทางอีเมล์ และปริมาณข้อมูลดิจิตอลที่มาจากไฟล์ภาพ และวิดีโอ จะเติบโตเพิ่มจำนวนได้มากขนาดนั้น ทำให้หลายๆ คนตัดสินใจนำอีเมล์ของตัวเองแก้ไขที่อยู่ เพื่อรับสิทธิ์การขยายพื้นที่กล่องรับอีเมล์แทน

การเปลี่ยนแปลงในวงการอีเมล์เกิดขึ้น เมื่อเสิร์ชเอนจิ้นที่กำลังมาแรงในขณะนั้น คือ กูเกิ้ล ประกาศเปิดให้บริการฟรีอีเมล์ จีเมล์ (Gmail) ถึง 1GB ทว่าผู้ที่ใช้ได้นั้นจะต้องได้รับคำเชิญชวนจากสมาชิกที่เคยใช้ก่อน ทำให้ยุคนั้นเป็นการไล่ล่าหาผู้ที่ใช้จีเมล์ เพื่อขอรับคำเชิญในการใช้จีเมล์ ที่ต่อมาตัวจีเมล์ถูกพัฒนาให้สอดคล้องเชื่อมโยงกับบริการต่างๆ ของกูเกิ้ล อาทิ แผนที่ การจัดการรูปภาพ บล็อก การแปลภาษา หรือการสื่อสารผ่านโปรแกรมสนทนา และวิดีโอแชท และต่อมาจีเมล์ก็เพิ่มพื้นที่ความจุเป็น 5GB และ 7GB ตามลำดับ

ล่าสุดในวาระที่จีเมล์มีอายุครบ 5 ปี กูเกิ้ลได้ประกาศเปิดตัว จีเมล์ แลปส์ (Gmail Labs) ที่พร้อมใช้ทั่วโลกใน 49 ภาษา รวมถึงภาษาไทย หลังจากที่เปิดตัวไปก่อนในเวอร์ชันภาษาอังกฤษเมื่อเดือน มิ.ย.2551 ที่นำเสนอ 43 ฟีเจอร์ตลอด 43 สัปดาห์ โดยเป็นตัวทำให้ผู้ใช้ปรับปรุงการใช้งานจีเมล์ให้เหมาะสมตัวผู้ใช้งาน ด้วยตุผลของเหล่านักวิจัยของกูเกิ้ลที่ว่า “เราไม่เคยลืมว่า เราเริ่มต้นอย่างไร และยังคงชื่นชอบการทดลองเหมือนเช่นเคย แต่จะมีประโยชน์อะไรสำหรับการสร้างฟีเจอร์ที่แปลกใหม่ หากเราไม่ได้แบ่งปันฟีเจอร์นั้นร่วมกับผู้ใช้”

นางสาวพรทิพย์ กองชุน ผู้จัดการฝ่ายการตลาดประเทศไทย บริษัทกูเกิ้ล เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อธิบายถึงการพัฒนาของจีเมล์ว่า ในอดีตการใช้งานอีเมล์ยังต้องผูกติดกับคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป อีกทั้งยังมีข้อจำกัดในเรื่องพื้นที่จัดเก็บข้อมูล และประโยชน์การใช้งาน แต่เนื่องจากจีเมล์ใช้เทคโนโลยี คลาวด์ คอมพิ้วติ้ง ในการทำงานบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต จึงทำให้สร้างนวัตกรรมได้รวดเร็ว และนำเสนอจีเจอร์ใหม่ๆ ที่สร้างสรรค์ประโยชน์ได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนความนิยมของจีเมล์ ขณะนี้มีผู้ใช้งานจีเมล์กว่า 10 ล้านรายทั่วโลก และเป็นผู้ใช้งานนอกสหรัฐอเมริกาเกินกว่า 50% เป็นตัวยืนยันความนิยมในการใช้งานได้ดี

ผจก.ฝ่ายการตลาด บ.กูเกิ้ลฯ อธิบายถึงฟีเจอร์ใหม่ของจีเมล์แลปส์ว่า สำหรับตัวอย่างฟีเจอร์ให้ของจีเมล์แลปส์ที่อยากแนะนำให้ ผู้ใช้งานชาวไทยได้ลองใช้งาน อาทิ ออฟไลน์ จีเมล์ (Offline Gmail) ที่ช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงจีเมล์ของตัวเอง และเขียนอีเมล์ได้ แม้ในช่วงเวลาที่ไม่ไดต่ออินเทอร์เน็ต โดระบบจะซิงโครไนซ์กับเมล์เซิร์ฟเวอร์ทันที่ที่ต่ออินเทอร์เน็ต เพื่อส่งอีเมล์ ที่เขียนไปไปยังผู้รับปลายทาง ระบบยกเลิกการส่ง (Undo Send) สำหรับเพิกถอนการส่งอีเมล์ที่ต้องทำภายใน 5 วินาทีนับตั้งแต่กดส่ง

นางสาวพรทิพย์ อธิบายอีกว่า ในส่วนของฟีเจอร์ที่ชื่อว่า เมล์ไม่ส่ง (Mail Googles) ภายในช่วงเวลาที่กำหนด เครื่องมือนี้จะอนุญาตให้ส่งอีเมล์ได้ในเฉพาะกรณีที่ผุ้ใช้ สามารถตอบโจทย์เลขคณิตศาสตร์ง่ายได้ถูกต้อง เพื่อป้องกันไม่ให้ส่งอีเมล์แบบขาดสติ อีกทั้งยังมี เครื่องตรวจจับการลืมแนบไฟล์ (Forgotten Attachment Reminder) ที่ป้องกันไม่ให้ผู้ใช้เผลอส่งอีเมล์โดยที่ยังไม่แนบไฟล์ที่เกี่ยวข้อง โดยระบบจะมีข้อความเตือนปรากฎขึ้น หากผู้ใช้ใส่ข้อความ ที่ระบุว่ามีไฟล์แนบไปกับอีเมล์ แล้วยังไม่แนบไฟล์ใดๆ และ Tasks เพิ่มรายการสิ่งที่ต้องทำไว้ในกล่องจดหมายของผู้ใช้งาน โดยที่ผู้ใช้สามารถสร้างรายการของตัวเอง หรือสร้างจากอีเมล์ และแก้ไขรายการจากมือถือได้ระหว่างเดินทาง

ด้าน นายวสันต์ ลิ่วลมไพศาล ผู้ร่วมก่อตั้ง และบล็อกเกอร์เว็บไซต์ Blognone ให้ความเห็นในฐานะผู้ใช้งานจีเมล์ว่า จีเมล์แลปส์ เปิดโอกาสให้ได้ใช้งานความสามารถใหม่ๆ ของจีเมล์ได้ตามต้องการ โดยที่ไม่ต้องรำคาญกับความยุ่งยาก ที่มาจากฟีเจอร์บางอย่างที่ไม่ได้ใช้ ขณะที่หลายๆ ฟีเจอร์ก็จำเป็นมากต่อการทำงานในชีวิตประจำวันส่วนตัว เช่น การใช้งานแบบออฟไลน์ ที่ช่วยให้ใช้งานจีเมล์ได้ เหมือนใช้งานจากโปรแกรมที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือการทำสัญลักษณ์อีเมล์ด้วย “Superstar” ที่ได้เข้ามาช่วยจัดหมวดหมู่ให้กับอีเมล์ในกล่องจดหมายได้ดี

ส่วน นายคมสิทธิ์ รัตนะ นิสิต คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงประโยชน์จากการใช้จีเมล์ แลปส์ว่า เมื่อ 5 ปีที่แล้วจะมีกี่คนที่จะจินตนาการได้ว่าอีเมล์ที่มีพื้นที่ระดับกิกะไบท์ จะเป็นอย่างไร ส่วนตัวเลือกใช้จีเมล์มาตั้งแต่เปิดให้บริการใหม่ๆ ที่หน้าจอเป็นสีขาวจนมาวันนี้มีลูกเล่นอื่นๆ มากมายที่น่าสนใจ อาทิ ระบบกรองสแปมเมล์ การทำแถบสีบนอีเมล์ในกล่องจดหมาย เพื่อแบ่งหมวด และจัดลำดับความสำคัญ อีกทั้งยังได้ฟีเจอร์ที่มาจากจีเมล์แลปส์ ที่ทำให้ใช้งานอีเมล์ได้โดยที่ไม่ได้ต่ออินเทอร์เน็ต หรือ การยกเลิกส่งอีเมล์ที่ไม่ได้ตั้งใจผ่าน Undo Send เป็นต้น

แน่อนอนว่ายิ่งมีการใช้งานมากขึ้นเท่าใด ผู้ให้บริการอีเมล์ก็ยิ่งต้องพัฒนาบริการ และลูกเล่นฟีเจอร์ต่างๆ เพื่ออกมารองรับ รูปแบบการใช้งานที่แตกต่างไปในแต่ละผู้ใช้งาน โดยการขยับตัวครั้งสำคัญของกูเกิ้ลกับบริการจีเมล์ครั้งนี้ ถือเป็นการแสดงเจตนา ที่จะเน้นการทำธุรกิจสื่อ และโฆษณาออนไลน์ในประเทศไทย ของบริษัทยักษ์ใหญ่จากสหรัฐฯ ที่จะเข้ามาแข่งขันกับเจ้าตลาดอย่าง วินโดวส์ไลฟ์ ฮอตเมล์ หรือยาฮูเมล์ ในการเป็นช่องทางสื่อสารของผู้บนบนโลกออนไลน์ ที่นับวันจะยิ่งมีความสำคัญ และมีอิทธิพล ต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค รวมไปถึงการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้คนในสังคม ไม่แพ้สื่ออื่นๆ ทั้งสิ่งพิมพ์ วิทยุ หรือโทรทัศน์เลยทีเดียว…

ที่มา ไทยรัฐ