อ๊ก จูฮยอน

อ๊ก จูฮยอน

อ๊ก จูฮยอน หนึ่งในสี่นักร้องสมาชิกวง Fin.KL ยอมรับอย่างหน้าชื่นตาบานว่า ก่อนเข้าสู่วงการเธอศัลยกรรมใบหน้าที่เคยกลมดิกให้เรียวสวยได้รูป

แน่นอนอยู่แล้ว เธอสวยและน่ามองขึ้นกว่าเดิมเยอะ

เช่นเดียวกับ ดาราเจ้าบทบาท คิมนัมจู เจ้าของใบหน้าที่สวยงามจนได้รับยกย่องเป็นตัวแทนของสาวงาม ยอมรับว่าเธอสวยด้วยมือหมอ

นางเอกเกาหลีกลายเป็นต้นแบบความสวยแบบเกาหลี และยิ่งมารู้ภายหลังจากภาพ before กับ after ก่อนหลังเข้าวงการว่าพวกเขาและเธอผ่านศัลยกรรมตัดนู่นเติมนี่กว่าจะดูเท่หล่อเปรี้ยวอย่างที่เห็น

ปวริศา เพ็ญชาติ หรือหนูแหวน

ปวริศา เพ็ญชาติ หรือหนูแหวน

ปวริศา เพ็ญชาติ หรือหนูแหวน ไฮโซคนดัง ซึ่งเคยกระทบไหล่กับดาราเกาหลีมาแล้วจากงานประชาสัมพันธ์คอนเสิร์ตของศิลปินเกาหลีค่ายต่างๆ หรือประสานงานดึงดารามาเป็นพรีเซ็นเตอร์ บอกว่า ธุรกิจศัลยกรรมความงามที่เกาหลีทำกันเป็นล่ำเป็นสัน และถือเป็นเรื่องปกติด้วยซ้ำไปที่ใครจะเข้าออกคลินิกศัลยกรรมความงามที่ไม่ใช่แค่ไปยิงเลเซอร์ และรักษาสิว

“แหวนมีโอกาสได้เทียวมาเทียวไปเกาหลีบ่อย จนเริ่มรู้จักลู่ทางของวงการศัลยกรรมเกาหลี เลยคิดว่า น่าลองทำธุรกิจทัวร์ศัลยกรรม”

แหวนกล่าวยิ้มๆ ว่า ตอนแรกเธอไม่ได้สนใจวงการศัลยกรรมเกาหลีมากนัก แต่คนรู้จักหลายคนสนใจ และขอให้หาข้อมูลเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมให้ จึงศึกษาข้อมูลจนรู้ในเชิงลึกและเริ่มสนใจ เกิดเป็นธุรกิจทัวร์ศัลยกรรมที่เธอรับประกันว่าทำแล้วต้องสวยแบบเกาหลี

แผนธุรกิจทัวร์ศัลยกรรมสไตล์เกาหลีของเธอเน้นพาไปทัวร์ศัลยกรรม 2 ส่วนคือ ตากับจมูก แม้จะเป็นศัลยกรรมที่หาทำกันทั่วไป และเมืองไทยก็มีอยู่หลายแห่ง แต่จากประสบการณ์ของเธอและคนใกล้ชิด ยอมรับว่า เทคนิคการศัลยกรรมตาและจมูกของหมอเกาหลีสวยเป็นธรรมชาติกว่า

“สวยแบบเกาหลีจะ เน้นความเป็นธรรมชาติ ตาสองชั้นโตแบ๊ว แต่ชั้นตาไม่กว้างนัก ต่างจากตาสองชั้นแบบของไทย จมูกโด่ง แต่ไม่สูงมากเหมือนฝรั่ง ปลายจมูกทิ่ม ๆ ไม่ตึงปลายเป็นจมูกหมู” เจ้าของธุรกิจทัวร์แนวใหม่แจงความรอบรู้

หนูแหวนบอกว่า เธอเองก็เคยทำจมูกมาก่อน แต่ด้วยความที่ผิวหนังบางทำให้ซิลิโคนดันปลายจมูกจนตึงใส เกือบจะทะลุ เธอจึงไปแก้ที่เกาหลี ซึ่งหมอที่นั่นไม่ได้ทำอะไรมากแค่เลาะเอาซิลิโคนออกใส่ผิวหนังเทียมเสริม และทำปลายจมูกให้เล็กน้อย แค่นั้นจบ

เธอมองว่าจุดเด่นของหมอศัลยกรรมไทยคือ ละเอียดลออ ทักษะและฝีมือดีในการทำศัลยกรรมตั้งแต่คอลงมา โดยเฉพาะการทำหน้าอก ที่สวยและเหมือนจริง รวมถึงการแปลงเพศ แต่ถ้าเป็นเรื่องตั้งแต่คอขึ้นไปแล้วต้องยกให้หมอศัลยกรรมเกาหลี ไม่ว่าจะเป็น ตา จมูก เหลากราม-โหนกแก้ม ที่นอกจากจะออกมาสวยตามสไตล์สาวกิมจิแล้ว ยังเน้นที่ความเป็นธรรมชาติ

เทคนิคการทำศัลยกรรมของเกาหลีรวมถึงวัตถุดิบก็น่าทึ่ง หนูแหวนยกตัวอย่างการทำศัลยกรรมดวงตาที่เรีกยกว่า Dolly Eyes Opreration เป็นการดึงกล้ามเนื้อตา ให้ตาโตแบ๊ว หนังตาไม่ตก แต่จะเจ็บมากกว่าการทำศัลยกรรมทั่วไป เพราะหมอจะทำผ่าตัดเล็กเข้าไปดึงกล้ามเนื้อตาที่หย่อนให้ตึง

“Dolly Eyes Operation จะเจ็บมาก ไม่มีการวางยาสลบ เพราะคนทำต้องมีสติตลอดเวลา เพื่อที่หมอจะคอยสังเกตการณ์ลืมตา ว่าควรจะดึงให้กล้ามเนื้อตาตึงขนาดไหน ดวงตาโตขึ้นขนาดไหนจึงจะพอดี”

นอกจากนี้ยังมีเทคนิคการทำตา 2 ชั้นแบบเกาหลีด้วย การเย็บกล้ามเนื้อตา โดยหมอจะกรีดตาเป็นรอยเล็กๆ 3 จุด บริเวณหัวตา กลางตา และหนังตา จากนั้นก็จะเย็บกล้ามเนื้อตา โดยใช้ด้ายเย็บแผลขนาดไมโคร ซึ่งจะได้ตาสองชั้นแบบเกาหลี ที่ชั้นตาไม่กว้าง แผลเล็ก

สำหรับจมูก หมอเกาหลีจะ มีเทคนิคที่แตกต่างจากไทย โดยจะมีการใส่ก้านจมูกตั้งแต่ดั้งลงมาจนถึงปลายปาก ทำให้จมูกมีลักษณะปลายทิ่ม เป็นธรรมชาติ และไม่ต้องกลัวจมูกทะลุ

รูปหน้าของคนเกาหลีนั้น ถือได้ว่า หน้าบาน แบน รวมถึงตาตี่ทำให้คนเกาหลีส่วนมาก นิยมทำศัลยกรรมกัน จนเรียกได้ว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะมองว่า เป็นการลงทุนให้กับชีวิตตัวเอง เพราะนอกเหนือจากความสามารถที่ต้องนำมาวิเคราะห์เป็นอย่างแรกแล้ว ความสวยงามก็จะเป็นปัจจัยที่จะต้องคำนึงเป็นอันดับที่ 2

“เกาหลีมีเม็ดเงินที่ไหลเวียนในวงการศัลยกรรมสูงมาก เนื่องจากคนเกาหลีส่วนมากมองว่าจำเป็นต้องทำ ทำให้การวิจัยและพัฒนาเทคนิครวมถึงวัสดุอุปกรณ์ในการศัลยกรรมมีมาก ที่สำคัญ รัฐบาลเกาหลีให้การสนับสนุนธุรกิจศัลยกรรม รวมถึงการทำงานวิจัยด้านนี้อย่างเต็มที่” ไฮโซสาว กล่าว

เธอบอกงบประมาณของความงามแบบเกาหลีว่า อย่างน้อยต้องมีเงินอยู่ในมืออย่างน้อย 1.5 แสนบาท ถือเป็นแพ็คเกจเริ่มต้นของ “ทัวร์ศัลยกรรมเกาหลี” และต้องไม่เคยทำศัลยกรรมมาก่อน และทำศัลยกรรมได้เพียงหนึ่งอย่างคือ ตา หรือจมูก

แต่มีเงินก็ใช่จะได้ทำ เพราะลูกค้าต้องทำประวัติทางการแพทย์ความหนากว่า 6 หน้ากระดาษ ส่งไปให้หมอศัลยกรรมที่เกาหลีศึกษารายละเอียดก่อน เพื่อความสมบูรณ์ ที่สำคัญ ยังเป็นการคัดกรองบรรดาสาวที่คลั่งไคล้ความสวยพลาสติก หรือคนที่เสพติดการศัลยกรรมได้อีกด้วย
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์