หยก…อัญมณีแห่งโชคลาภ0 comments

By admin
Posted on 20 May 2009 at 3:29pm
0 votes, average: 0.00 out of 50 votes, average: 0.00 out of 50 votes, average: 0.00 out of 50 votes, average: 0.00 out of 50 votes, average: 0.00 out of 5 (0 votes, average: 0.00 out of 5)
You need to be a registered member to rate this post.
Loading ... Loading ...

หยก...อัญมณีแห่งโชคลาภ

หยก...อัญมณีแห่งโชคลาภ


คนจีนเชื่อกันว่า หยกคือสัญลักษณ์ของความดีงาม ปัญญา และความยุติธรรม และยังเป็นสัญลักษณ์ของเพศหญิงตามตำราหยินหยางของชาวจีน แต่มีอะไรที่น่ารู้ไปกว่านั้น

ในบรรดาอัญมณีที่นิยมสวมใส่เพื่อเสริมดวงชะตาโชคลาภนั้น ไม่มีอะไรจะเด่นไปกว่า “หยก” อัญมณีสีเขียวจากสวรรค์ คนทั่วไปมักเข้าใจว่า หยกคือหินที่มีเพียงสีเขียวสีเดียว แต่แท้ที่จริงแล้วหยกมีหลายสี และยังแบ่งได้เป็นสองประเภท ซึ่งจะแบ่งตามองค์ประกอบของแร่ธาตุ ประเภทที่หนึ่ง คือ เจไดต์ (Jadeite) ซึ่งเป็นหยกที่หายาก แหล่งที่พบมากที่สุดคือประเทศพม่า ประกอบด้วยแร่ธาตุทางเคมี เช่น โซเดียม อะลูมิเนียม ซิลิกา เป็นต้น ประเภทที่สอง คือ เนฟไฟรต์ (Nephrite) พบได้จากประเทศแคนาดา ซึ่งเป็นประเทศที่มีเนฟไฟรต์คุณภาพดีที่สุด และอีกหลายประเทศ เช่น กัวเตมาลา จีน และนิวซีแลนด์

แร่ธาตุทางเคมีจะประกอบไปด้วย แคลเซียม แมกนีเซียม ซิลิกา เป็นต้น หยกทั้งสองประเภทนี้ยังเป็นหยกมีความแข็งแรงและมีเนื้อที่ละเอียด สามารถนำไปแกะขึ้นรูปได้ดี โดยมากหยกสีเขียวเป็นหยกที่นิยมมากที่สุด ยิ่งเขียวใสเหมือนมรกตยิ่งมีราคาแพง บางชิ้นอาจจะมีราคาหลายล้านบาทเลยทีเดียว นอกจากสีเขียวแล้ว หยกยังมีอีกหลายสีเช่น สีขาว สีเหลือง สีน้ำตาล สีส้ม สีม่วง หรือสีดำ ซึ่งก็สามารถนำมาทำเป็นเครื่องประดับที่ให้ความสวยงามได้ไม่แพ้กัน

อย่างไรก็ตาม ยังมีหินสีเขียวอีกหลายชนิดที่ดูเหมือนหรือคล้ายกับหยก และถูกนำมาใช้ทางการค้าแทน โดยที่คนทั่วไปเข้าใจว่าเป็นหยก ซึ่งแท้จริงแล้วนั้นคือความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง หินเหล่านี้ได้แก่ “มอว์ ซิต ซิต (Maw-Sit-Sit)” พบได้ที่ประเทศพม่า มีลักษณะสีเขียวเจิดจ้า ซึ่งดูคล้ายกันกับเจไดต์ “เซอร์เพนทีน (Serpentine)” หรือที่ได้ยินทางการค้าว่า “โคเรียน เจด (Korean Jade)” หรือ “โคเรีย เจด (Korea Jade)” พบได้ที่ประเทศเกาหลีเหนือ มีลักษณะสีเขียวออกเหลือง มีความแข็ง (Toughness) ใกล้เคียงกับเนฟไฟรต์และดูคล้ายกับเจไดต์ นิยมนำมาแกะสลัก “คริสโซเพรส แคลเซดนี (Chrysoprase Chalcedony)” หรือถูกเรียกว่า “ควีนส์แลนด์ เจด (Queensland Jade)” พบได้ที่ควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย มีลักษณะสีเขียวอมเหลือง “แคลิฟอร์ไนต์ ไอโดเครส (Californite Idocrase)” พบได้ที่แคลิฟอร์เนีย มีลักษณะสีเหลืองอมเขียว ซึ่งถูกเรียกทางการค้าว่า “แคลิฟอร์เนีย เจด” หรือ “ไอโดเครส” ซึ่งเป็นชื่อที่รู้จักกันโดยทั่วไป และ “ไฮโดรกรอสซูลาร์ การ์เนต (Hydrogrossular Garnet)” หรือ “แอฟริกัน เจด (African Jade)” มีลักษณะสีเขียว จนถึงเขียวอมน้ำเงิน

หยกในภาษาอังกฤษซึ่งเรียกว่า “jade” นั้นมาจากศัพท์ภาษาสเปนอันมีความหมายว่า “หินสีข้าง” ซึ่งมาจากความเชื่อโบราณของชาวสเปนว่า หินชนิดนี้จะช่วยรักษาโรคไตได้ อัญมณีชนิดนี้เป็นที่รู้จักและเป็นส่วนสำคัญของประวัติศาสตร์โลกมานานกว่า 7,000 ปี มีการค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีว่า ชนเผ่ามายา แอซแทค และอัลเมกส์ ในทวีปอเมริกากลางจะนำหยกมาทำเป็นอาวุธ เช่น ขวานและหัวธนู ชนเผ่าเมารีในนิวซีแลนด์ก็นิยมนำหยกมาทำเป็นอาวุธและเครื่องประดับเช่นกัน

ในสมัยอียิปต์โบราณเชื่อกันว่า หยกคือหินแห่งความรัก ความสงบ และความสมดุล ในหลายประเทศเชื่อกันว่า หยกคือหินแห่งความโชคดี หรือเครื่องรางป้องกันภัย แต่ทวีปที่มีความผูกพันกับหยกมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นทวีปเอเชีย ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากอารยธรรมจีน เชื่อกันว่าหยกคือสัญลักษณ์ของความดีงาม ปัญญา และความยุติธรรม และยังเป็นสัญลักษณ์ของเพศหญิงตามตำราหยินหยางของชาวจีนอีกด้วย

ความเชื่อที่ว่า หยกคืออัญมณีจากสวรรค์ที่จะนำโชคลาภ อาจจะไม่ใช่คำกล่าวเลื่อนลอยเสียทีเดียว หากนึกถึงการเสาะหาหยกจากธรรมชาติมาครอบครอง เหมืองหยกในแต่ละที่นั้นมักจะอยู่ในชนบทห่างไกลความเจริญ จะเดินทางไปถึงก็แสนยากลำบาก ซ้ำร้ายเมื่อไปถึงเหมืองก็จะเจอแต่ก้อนหินสีน้ำตาล ผู้เชี่ยวชาญทางด้านอัญมณีศาสตร์ยังบอกว่า การค้นพบหยกต้องอาศัยโชคล้วนๆ เพราะภายนอกของก้อนหยกจะเป็นสีน้ำตาล ซึ่งจะต้องฝานผิวด้านนอกให้เห็นด้านในจึงจะทราบได้ว่าเป็นหยกหรือไม่ และยิ่งไปกว่านั้น ก็ยังไม่สามารถบอกถึงคุณลักษณะของหยกได้จนกว่าจะผ่าหินทั้งก้อน การดูจากภายนอกจะเดาไม่ออก โชคร้ายก็จะไม่พบอะไรเลย

การ เลือกซื้อหยกนั้นไม่ใช่เพียงจับแล้วรู้สึกเย็นเพียงอย่างเดียว จะต้องดูองค์ประกอบสามประการ คือ ประการที่หนึ่ง สี (Color) ประการที่สอง ความโปร่งแสง (Translucency) และประการที่สาม เนื้ออัญมณี (Texture)

หยกที่ดีเมื่อส่องกับไฟแล้วควรจะมีความโปร่งแสง มีเนื้อหินสุกใสเป็นประกาย สีสด และมีความเข้มเท่ากันตลอดทั้งเม็ด หยกที่ดีจะต้องเป็นหยกเนื้อธรรมชาติ แต่หยกที่ซื้อขายตามท้องตลาดทั่วไปก็ยังมีอีกมากมายที่ผ่านการปรับปรุง คุณลักษณะเพื่อให้สวยงามขึ้น เช่น หยกที่ผ่านการปรับปรุงโดยเคลือบขี้ผึ้งบางๆ บนผิวหยก หยกที่ผ่านการปรับปรุงคุณลักษณะโดยการฟอกเพื่อเอาคราบต่างๆ ออก และเคลือบด้วยสารโพลีเมอร์หรือขี้ผึ้ง หรือหยกที่ฟอกแล้วนำมาย้อมสีและทำการเคลือบสารโพลีเมอร์หรือขี้ผึ้งซ้ำ

การเคลือบสารโพลีเมอร์หรือขี้ผึ้ง ทำให้หยกดูเงางามและเหนียวคล้ายกับหยกคุณภาพดี ความนิยมในหยกทำให้พ่อค้าหัวใสบางคนเอาหินหรือวัสดุชนิดอื่น อย่างหินสบู่ คาร์เนเลียน อเวนทูริน ควอตซ์ หรือแก้ว มาหลอกขายว่าเป็นหยก ดังนั้นหากเจอหยกที่ถูกใจแล้วก็ควรจะให้ผู้เชี่ยวชาญด้านอัญมณีศาสตร์ตรวจสอบ หรือเลือกซื้อหยกที่มีใบรับรองจากสถาบันที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้แน่ใจว่าได้หยกของแท้สวยงามสมราคาและคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปจริงๆ
ที่มา หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

Read also
Advertisement

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.

GibGae.com | กิ๊บเก๋ | เกมส์ ดูดวง ฟุตบอล ฟังเพลง ดารา ทำนายฝัน เกม กลอน หาเพื่อน รถยนต์ ดูหนัง ละคร เซ็กซ์ ผู้หญิง มือถือ ท่องเที่ยว เนื้อเพลง ผลบอล เพลง ดวง ข่าว ข่าวบันเทิง msn hi5 is Digg proof thanks to caching by WP Super Cache